การเลี้ยงและประโยชน์ของไส้เดือนดิน

การเลี้ยงและประโยชน์ของไส้เดือนดิน


ไส้เดือนดิน ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ (Kingdom : Animalia) ศักดิ์แนนิลิดา ( Phylum : Annelida) ชั้นโอลิโกคีตา ( Class : Oligochaeta ) ตระกูลโอพิสโธโพรา (Order : Opisthopora) สำหรับ วงศ์ ( Family) ของไส้เดือนดินนั้น มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้จัดจำแนกออกเป็นจำนวนที่แตกต่างกันออกไป ไส้เดือนเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน ช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้กับดิน จะสังเกตได้หากดินของใครมีไส้เดือนอยู่มาก ดินก็จะมีความสมบูรณ์ ต้นไม้จะงาม เพราะมีความสมบูรณ์กว่าดินทั่วไป 5-10 เท่า
ความสมบูรณ์ของดินไส้เดือนสร้างได้โดยการที่ไส้เดือนกินอาหาร แล้วขับถ่ายออกมาซึ่ง สิ่งที่ไส้เดือนกินเป็นอาหารก็คือ ดิน เศษซากอินทรียวัตถุต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในดินหรือแม้แต่เศษก้อนหินเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกไส้เดือนกินเข้าไปแล้ว ถูกย่อยและถูกขับถ่ายออกมากลายเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพเยี่ยม

ประโยชน์ของไส้เดือนดิน
การเลี้ยงไส้เดือน

นอกจากนี้ไส้เดือนยังกินเศษพืช ผัก ผลไม้จากบ้านเรือนและสวน เราจึงมาทำปุ๋ยหมักโดย การเลี้ยงไส้เดือนด้วยเศษผัก และผลไม้ในบ้าน เพื่อให้ไส้เดือนขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยแล้วนำไปใส่ในแปลงพืชผัก และสามารถช่วยกำจัดขยะในบ้านอีกด้วย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงไส้เดือน

สภาพแวดล้อมที่ไส้เดือนชอบดินชื้น มีใบไม้และเศษซากพืช ซากสัตว์ ซึ่งจะเอื้อต่อการเป็นอยู่และการขยายพันธุ์ได้ดี มีดังนี้

1. อุณหภูมิที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 12-25 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่านี้ไส้เดือนอาจยังมีชีวิตอยู่ แต่จะไม่สืบพันธุ์และไม่ขยายจำนวน ถ้าต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตาย ถ้าสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตายเช่นเดียวกัน
2. ภาชนะที่ใช้เลี้ยงไส้เดือน ควรวางไว้ในที่ ๆ อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงมาก ไม่ควรโดนแสงแดงโดยตรง ให้วางไว้ใต้ร่มไม้ หรือใต้ชายคา
3. ระบายอากาศได้ดี
4. มีอาหาร เศษซากพืช ซากสัตว์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์
5. ความเป็นกรด – ด่าง อยู่ระหว่าง 5-8 แต่ความเหมาะสมอยู่ที่ 7

ภาชนะที่ใช้เลี้ยง

ไส้เดือนจะเลื้อยมากินอาหารบน ผิวดิน ภาชนะที่ใช้เลี้ยงจึงควรมีพื้นผิวกว้าง มีก้นปิด สามารถเคลื่อนย้ายได้ วัสดุมีความชุ่มชื้น ไม่แห้ง ระบายน้ำได้ดี ไม่เปียกแฉะ ไม่ม่น้ำขัง เช่น

* ถังพลาสติก
* กระบะไม้
* กระบะพลาสติก
* บ่อซีเมนต์

ขนาดของภาชนะกับปริมาณไส้เดือน

จำนวนคนในบ้าน ต่อ ปริมาณไส้เดือน(น้ำหนัก) ขนาดของภาชนะ
1-2 คน 500 ก 60x60x30 ซม.
2-3 คน 1 ก.ก 75x60x30 ซม.
4-6 คน 1.5 ก.ก 90x60x30 ซม.

การหมักปุ๋ยด้วยไส้เดือนในถังพลาสติก

แบ่งถังออก 3 ส่วน

1. ส่วนล่างสุดจะรองรับน้ำ
2. ส่วนที่ 2 ที่อยู่อาศัย
3. ส่วนที่ 3 เป็นอาหาร

ส่วนล่างสุด ใส่ก้อนหินบริเวณก้นถัง เฉลี่ยสูง 15 ซม. ตัดแผ่นไม้เป็นวงกลม เจาะรู วางทับบนก้อนหิน

ส่วนที่สอง ที่อยู่อาศัย วางไส้เดือนลงบนแผ่นไม้ ประมาณ 50-10 ตัว ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษใบไม้ หนา 15-30 ซม. โรยปิดทับด้วย ดินแห้ง หนาประมาณ 1 นิ้ว

ส่วนที่สาม ใส่เศษพืชผัก ใบไม้ เศษฟาง หรือแม้แต่เศษวัชพืช ควรสูงประมาณ 3 นิ้ว ใช้ฝาปิด หากไม่มีฝา ใช้ฟางข้าว หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปิด

การให้อาหารไส้เดือน

การให้อาหารไส้เดือน ควร ให้ที่ละน้อย แต่ให้บ่อย ๆ ครั้ง เพราะให้มากไส้เดือนจะกินไม่ทัน อาหารจะเน่ากลิ่นเหม็น นอกจากนี้จะทำให้เกิดความร้อนสูงจากการหมัก ทำให้ไส้เดือนตายได้ โดยปกติถ้ามีปริมาณไส้เดือนมากพอ จะกินอาหารหมดภายใน 2-3 วัน และเศษอาหารควรสับเป็นชิ้นเล็กๆ จะถูกย่อยเร็วขึ้น

อาหารที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนได้

เปลือกผัก
เศษผัก
เปลือกไข่
เปลือกผลไม้
เศษอาหารที่ปรุงแล้ว
เศษหนังสือพิมพ์
กากกาแฟ ใบชา
เปลือกหอม

อาหารที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนไม่ได้

เปลือกส้ม
ผลิตภัณฑ์จากนม
เนื้อ / ปลา
ขี้หมา / ขี้แมว
ดอกไม้จากตลาด (ปนเปื้อนสารเคมี)
พลาสติก แก้ว กระป๋อง


หลังให้อาหาร 2-3 เดือน ไส้เดือนจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และพวกอาหารก็จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมัก สีดำ มีฮิวมัสมากมีคุณค่าทางอาหารสูงและหากปริมาณมากพอโกยเอาเศษอาหารด้านบนที่ ยังไม่ได้กินหรือกินไม่หมดออก แล้วตักเอาปุ๋ยหมักไส้เดือนออกจากถัง แล้วเทลงบนพื้นปลูกเพื่อแยกไส้เดือน

วิธีแยกไส้เดือน

1. วิธีเขี่ยแยกปุ๋ยกับไส้เดือน โดยแยกไปเรื่อย ๆ เริ่มจากด้านนอกก่อน ไส้เดือนจะหนีเข้าข้างในกองปุ๋ย
2. เทปุ๋ยบนพื้นที่มีแสงแดด หนาประมาณ 5 ซม. แล้วเอาหนังสือพรมน้ำ ปิดบังแสงไว้ครึ่งหนึ่ง ไส้เดือนจะหนีแสงมาอยู่ด้านไม่มีแสง ทำไปเรื่อย ๆ จนหมด เหลือเฉพาะไส้เดือน

ปุ๋ยน้ำที่ได้จะอยู่ด้านล่าง ของถัง จะเป็นปุ๋ยอย่างดี ผสมน้ำ 1 : 10 ใช้รดพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ ควรจะมีก๊อกน้ำก้นถัง เพื่อเอาปุ๋ยน้ำ

การหมักปุ๋ยหมักด้วยไส้เดือนในแปลงดิน

* พิจารณาแปลงดินที่มีไส้เดือน แต่หากมีน้อยก็ควรเติมไส้เดือน
* โรยเศษผักสด เศษหญ้า เศษใบไม้ เศษฟาง ด้านบนแปลง
* โรยทับด้วยดินร่วน
* ปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้ทั่วแปลง (ช่วยเก็บความชื้นและป้องกันวัชพืช)
* ไส้เดือนจะเลื้อยกินอาหาร 2-3 สัปดาห์ ก็จะกลายเป็นปุ๋ยและสามารถนำกล้าไม้มาปลูกในแปลงได้เลย

บทบาทด้านที่เป็นประโยชน์ของไส้เดือนดิน

1.ช่วยพลิกกลับดิน นำดินด้านล่างขึ้นมาด้านบนโดยการกินดินที่มีแร่ธาตุบริเวณด้านล่างและถ่าย มูลบริเวณผิวดินด้านบน ช่วยให้เกิดการผสมคลุกเคล้าแร่ธาตุในดิน นำแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในชั้นใต้ดินขึ้นมาด้านบนให้พืชดูดนำไปใช้ได้

2.ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในดิน ซากพืช ซากสัตว์ และอินทรียวัตถุต่างๆ ทำให้ธาตุต่างๆ อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ไนโตรเจน ในรูปแอมโมเนียและไนเตรท และอีกกลายชนิด รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชและวิตามินจะถูกปลอดปล่อยออกมาด้วย

3.ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช เช่น ไรโซเบียม ไมคอร์ไรซา ในบริเวณรากพืช

4.การชอนไชของไส้เดือนดิน ทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทน้ำและอากาศดี ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชชอนไชได้ดี

แนวทางการนำไส้เดือนดินมาใช้ประโยชน์

1) นำมาย่อยสลายขยะอินทรีย์และเศษอาหารจากบ้านเรือนเพื่อผลิต ปุ๋ยหมักมูล ไส้เดือนดิน นำมาใช้ในการ เกษตรลด ต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมี
2) นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากช่วยลดค่าใช้จ่ายในค่า อาหารสัตว์
3) ใช้ฟื้นฟูสภาพดินที่เสื่อมโทรมเช่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และเหมืองแร่เก่า
4) ใช้เป็นดัชนีทางสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบธาตุโลหะหนักและสารเคมีที่ปนเปื้อน จากการเกษตรในดิน
5) ใช้เป็นอาหาร ยาบำบัดโรค ยาบำรุงทางเพศ หรือใช้เป็นวัตถุดิบในวงการเภสัชกรรม และเครื่องสำอาง
6) ใช้เป็นดัชนีทางสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบธาตุโลหะหนัก และการปนเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตรในดิน

Source: lpsci.nfe.go.th

0 คน ให้ความคิดเห็นเรื่อง "การเลี้ยงและประโยชน์ของไส้เดือนดิน"

แสดงความคิดเห็น